อาหารอีสานแซบๆ

อาหารอีสานแสบๆ-Bestployshop

อาหาร

อาหารอีสาน : คงจะเป็นเมนูสุดโปรดของคนไทยหลาย ๆ คน เพราะเสน่ห์ของรสชาติ ที่มีครบทุกรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เค็ม และ เผ็ด กินกี่ที่ก็ไม่มีเบื่อ แถมยังเหมาะมากที่จะเป็นเมนูทางเลือกสำหรับคนที่ลดความอ้วนอีกด้วย เพราะแต่ละเมนูมีแคลอรี่ไม่สูงมากนั่นเอง 

วันนี้ Bestployshop รวบรวม วิธีการทำ อาหารอีสาน มาให้ ลองไปทำกันดูนะ

ก้อยไข่มดแดง 

ก้อยไข่มดแดง อาหารอีสาน เมนูก้อย ยำแบบอีสาน วิธีทำก้อยไข่มดแดง ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ สูตรก้อยไข่มดแดง ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย อาหารพื้นบ้าน ชาวอีสาน เมนูไข่มดแดง ก้อยทำอย่างไร ต้องใส่อะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำก้อยไข่มดแดง

  • ไข่มดแดง 1 จาน
  • มะม่วงดิบซอย 1 ลูก
  • ใบสาระแหน่ 2 – 3 ใบ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
  • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย 1 หัว

วิธีทำก้อยไข่มดแดง

  1. เริ่มจากการล้างไข่มดแดงก่อน ล้างให้สะอาด และ นำมาสะเด็ดน้ำให้แห้งก่อน
  2. จากนั้น นำไข่มดแดงใส่ถ้วยสำหรับปรุงยำ ใส่ ข้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว และ พริกป่น ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
  3. ใส่ มะม่วงซอย หอมแดง ผักชีฝรั่ง ลงไปผสมกับน้ำยำ
  4. เสริฟใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ ทานคู่กับผักสดๆตามใจชอบและข้าวเหนียว อร่อยๆ

เคล็ดลับการทำลาบหมู

  1. ไข่มดแดง ต้องล้างให้สะอาด เอาตัวมดที่ตกค้างออกให้หมด ไม่เช่นนั้น จะทำให้อาหารมีตัวมดปนในอาหาร ไม่น่ารับประทาน
  2. สำหรับคนไม่ชอบกินไข่มดแดงแบบดิบๆ ก็สามารถนำไปลวกก่อนได้
  3. มะม่วงดิบ เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ไข่มดแดง มีรสชาติที่น่ารับประทาน
  4. พริกป่น ให้ใช้ พริกกะเหรี่ยง จะได้รสชาติเผ็ด อร่อย ให้เลือกใช้พริกแห้งแบบใหม่ๆป่น จึงจะได้พริกที่หอมและเผ็ด
  5. ข้าวคั่ว ต้องเลือกใช้ข้าวคั่วที่คั่วใหม่แบบสดๆ จะได้ข้าวคั่วที่หอมอร่อย
  6. พริก นอกจากใช้พริกป่นแล้ว สามารถใช้พริกขี้หนูสวนสดๆ นำมาผสมได้

แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

อาหารไทยยอดนิยม อาหารพื้นบ้าน จากผักหวาน เรียก แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง เป็นแกงปลาร้า หอมๆ มันๆ จากไข่มดแดง ไข่มดแดง สามารถหาได้ เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เคล็ดลับความอร่อยของแกงผักหวาน คือ การปรุงรสน้ำแกง โดยมีผักหวานเป็นตัวชูโรง เสริมความอร่อย ด้วยไข่มดแดง แกงผักหวานใส่ไข่มดแดง อาหารยอดนิยม เมนูแกง เมนูผักหวาน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใขง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

  • ผักหวานป่า ประมาณ 1 ถ้วย
  • ไข่มดแดง 1 ถ้วย
  • ใบแมงลัก 1 ถ้วย
  • น้ำปลาร้า 2 ช้อนโต๊ะ
  • นํ้าปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  • พริกสดโขรกหยาบ 2 ช้อนโต้ะ
  • ตะไคร้หั่นหยาบ 5 ท่อน
  • หอมแดงโขรกหยาบ 3 ช้อนโต้ะ
  • เกลือ ½ ช้อนชา
  • ใบมะกรูดฉีก 3 ใบ

วิธีทำแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

  1. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้น ใส่พริก ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง และ เกลือ ลงไป จากนั้นปรุงรสด้วย น้ำปลา และน้ำปลาร้า
  2. ใส่ ผักหวาน และ ใบแมงลัก ลงไป และใส่ ไข่มดแดง ลงไป ต้มอีกนิดหน่อย และเสริฟใส่ชาม

เคล็ดลับการทำแกงผักหวานใส่ไข่มดแดง

  • ผักหวาน ให้เลือกใช้ ยอดอ่อน เนื่องจากยอดอ่อน จะนุ่มหวานไม่หยาบ
  • พริกสด ให้โขรกพอบุบ ให้มีสีสันของเม็ดพริก แต่ไม่ต้องเผ็ดมาก เมนูนี้ รสชาติของปลาร้าจะนำ รสเผ็ด
  • ไข่มดแดง ให้ใส่ขั้นตอนสุดท้าย เนื่องจาก ไข่มดแดง หากจะอร่อยๆ ต้องเคี้ยวแบบแตกมัน หากต้มนาน ไข่มดแดง จะแข็ง
  • ตะไคร้ ให้บุบ ให้แตก จะทำให้ได้กลิ่นของตะไคร้มากขึ้น
  • สำหรับคนที่ชอบใส่เนื้อสัตว์ สามารถใส่ ปีกไก่ หรือ ตีนไก่ ลงไปต้มได้ เหมาะสำหรับเมนูแกงผักหวาน
  • แกงผักหวานอร่อยๆนั้น นิยมกินกับข้าวเหนียว และ ต้องกินแบบร้อนๆ จะทำให้ อร่อยมากขึ้น สูตรแกงอีสานอร่อยๆ

ลาบหมู

ลาบหมู ( spicy salad with pork ) คือ อาหารอีสาน เมนูลาบ ยำแบบอีสาน วิธีทำลาบหมู ง่ายๆ สามารถทำกินเองที่บ้านได้ สูตรลาบหมู ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย อาหารพื้นเมืองของชาวอีสาน ลาบอร่อยๆทำอย่างไร ต้องใส่อะไรบ้าง

ส่วนผสมสำหรับทำลาบหมู

  • เนื้อหมูสับ 1 จาน
  • หนังหมูลวกหั่นเป็นเส้น 1/2 จาน
  • ตับหมูสดหั่นเป็นชิ้น 5-6 ชิ้น
  • ใบสาระแหน่ 2-3 ใบ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกป่น 1 ช้อนโต้ะ
  • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย 1 หัว
  • ใบมะกรูด 2-3ใบ
  • ตะไคร้หั่นเป็นท่อน 1 ต้น

วิธีทำลาบหมู

  1. เริ่มจากการต้มน้ำให้เดือด ใส่ใบมะกรูด และ ต้นตะไคร้ลงไป เมื่อน้ำเดือด ใส่ เนื้อหมูสับ หนังหมูซอย และ ตับหมูสด ลงไปลวกให้สุก จากนั้นนำมาพักเอาไว้ก่อน
  2. ปรุงรสลาบ ด้วย ข้าวคั่ว น้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน
  3. ใส่ เนื้อหมูสับ หนังหมู และตับลวก ลงไปผสมกับน้ำลาบ
  4. ใส่หอมแดงและผักชีฝรั่งลงไปผสมให้หอม
  5. เสริฟใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสาระแหน่ ทานคู่กับผักสดๆตามใจชอบและข้าวเหนียว อร่อยๆ

เคล็ดลับการทำลาบหมู

  1. เนื้อหมู ต้องเป็น เนื้อหมูสันใน เนื่องจากนุ่ม เมื่อสับละเอียด นำมาลวกแล้วให้สัมผัดถึงความอร่อยอย่างมาก
  2. น้ำใน การลวกหมู นั้น ให้ใช้ครั้งเดียว อย่านำกลับมาลวกอีก เนื่องจากความคาวของ เนื้อหมู ทำให้เสียรสชาติ
  3. ตับหมู ให้ล้างให้สะอาด การลวกตับ ให้ลวกด้วยน้ำเดือด แต่อย่าลวกนาน เนื่องจากตับจะแข็งไม่น่ารับประทาน
  4. พริกป่น ให้ใช้ พริกกะเหรี่ยง จะได้รสชาติเผ็ด อร่อย ให้เลือกใช้พริกแห้งแบบใหม่ๆป่น จึงจะได้พริกที่หอมและเผ็ด
  5. การลวกเนื้อหมู ให้ใส่ตะไคร้และใบมะกรูดลงไป จะทำให้เนื้อหมูมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน
  6. ข้าวคั่ว ต้องเลือกใช้ข้าวคั่วที่คั่วใหม่แบบสดๆ จะได้ข้าวคั่วที่หอมอร่อย
  7. การลวกหนังหมู ให้ต้มให้อ่อน หากต้มไม่อ่อน เวลารับประทานจะแข็งไม่อร่อย และให้ขูดขนออกอย่าให้มีขน

แกงลาว หรือ แกงเปรอะ

สูตรแกงลาว สูตรแกงเปรอะ อาหารอีสานยอดนิยม แกงลาว แกงเปรอะ เหมือนแกงหน่อไม้ เป็นแกงปลาร้า แบบอาหารพื้นบ้านอีสาน ใส่ผักและเห็ด รสชาติอร่อย กินกับข้าวเหนียว

ส่วนผสมสำหรับทำแกงลาว

  • หน่อไม้สดลวกสุก สไลด์บางๆ 2 หน่อ
  • เนื้อปลาดุกย่าง 1 ตัว
  • ยอดชะอม 1 กำ
  • ใบแมงลัก 1 ถ้วย
  • ใบย่านาง 1 ถ้วย
  • น้ำปลาร้า 5 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1 ถ้วย
  • เห็ดฟางหั่นครึ่ง 1 ถ้วย
  • ข้าวโพดอ่อนและบวบ
  • พริกสด 4-5 เม็ด
  • หอมแดง 2-3 หัว
  • ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • ข้าวเหนียวแช่น้ำ 2 ช้อนโต้ะ
  • กะปิ 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำแกงลาว

  1. โขลก พริก หอมแดง ตะไคร้ ข้าวเหนียวและกิปิให้ละเอียดเข้ากัน
  2. ต้มน้ำในหม้อ ใส่เครื่องแกงลงไปต้ม ตามด้วยน้ำปลา น้ำปลาร้า ชิมให้ได้รสชาติที่ต้องการ จากนั้นใส่ผักที่เหลือลงไปเลย โดยใส่ ผักที่สุกยากลงไปก่อน เช่น หน่อไม้ บวบ เห็ด
  3. แล้วใส่ผักที่เหลือลงไปตามด้วยเนื้อปลาย่าง เสริฟแกงลาวพร้อมรับประทานได้ แกงลาว

เคล็ดลับการทำแกงลาว

  • แกงลาว สามารถใส่เนื้อสัตว์ ชนิดอื่นๆได้ ตามแต่ความชอบของแต่ละคน และวัตถุดิบที่มี
  • ฟักทอง เป็น ผักที่สุกยาก ดังนั้น การหั่นฟักทอง ไม่ให้หนาเกินไป และอย่าให้ขนาดใหญ่เกิน จะทำให้ฟักทองไม่สุก หากรอให้ฟักทองสุก ผักอื่นจะเฉาก่อน
  • กะปิ ให้ใช้ กะปิ แท้ จากระยอง
  • ข้าวเหนียวแช่น้ำ นำมาต้มเพื่อให้มีความมันๆ เหนียวๆ หากพื้นที่ใดไม่มี สามารถใส่แป้งข้าวเหนียว หรือ แป้งมันแทน แต่อย่าใส่มาก เดี๋ยวจะข้นเกินไป
  • ตะไคร้ ให้ซอย ประมาณ 1 นิ้ว อย่าซอยบางเกินไป จะทำให้ขุนตะไคร้ติดปาก เสียความอร่อย

เมนูแกงลาว เมนูแกง วิธีทำอาหารง่ายๆ รับรองความอร่อยของ เมนูแกงลาว  หรือ แกงเปอะ อาหารประเภทแกง อาหารพื้นบ้าน แกงเปรอะ เป็นอาหาร เมนูแกง ที่ประกอบด้วยสมุนไพรและผักต่างๆที่ดีต่อสุขภาพ สูตรแกงลาว สูตรแกงเปรอะ เป็น อาหารไทย เมนูสุขภาพ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูแกง อาหารอีสาน

ต้มเปรอะ หรือ แกงเปรอะ เป็น อาหารเพื่อสุขภาพ สมุนไพรต่างๆ ในสูตรแกงลาว มีสรรพคุณ เช่น ช่วยขับลม แก้ไข้ ช่วยขับสารพิษในร่างกาย ช่วยลดความดัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

ซุปหน่อไม้ 

วันนี้เสนอ สูตรซุปหน่อไม้ เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ คือ หน่อไม้อ่อน ที่ต้มจนนุ่ม นำมาขูดเป็นเส้นๆ และปรุงรส ด้วย ข้าวคั่ว น้ำปลา ปลาร้า พริกป่น และ ผักอย่าง หอมแดง ต้นหอม และ ในสาระเหน่

เมนูซุปหน่อไม้ อร่อยๆมีส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนชอบการทำอาหาร เมนูหน่อไม้

ส่วนผสมสำหรับทำซุปหน่อไม้

  • หน่อสด 2 หน่อ
  • ปลาร้า ต้มสุกปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกป่น 2 ช้อนโต้ะ
  • ข้าวคั่ว 2 ช้อนชา
  • หัวหอมแดง ซอย 2 ช้อนโต้ะ
  • ต้นหอม ซอย 2 ช้อนชา
  • ใบสาระเหน่ สำหรับบโรยหน้า

วิธีทำซุปหน่อไม้

  1. ตั้งหม้อต้ม นำหน่อไม้ลงไปต้ม ให้หน่อไม้สุก และ อ่อนนุ่ม จากนั้นนำมาขูดเป็นเส้นๆ จะได้เส้นประมาณ 1 จาน
  2. จากนั้น นำหน่อไม้ ขูดเส้น ใส่น้ำปลาร้าลงไปต้ม เมื่อสุกได้ที่
  3. ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาล ข้าวคั่ว พริกป่น และ น้ำมะนาว ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน และ ชิมรสชาติตามใจชอบ
  4. ใส่ ต้นหอม ใบสะระเหน่ หอมแดง คลุกเคล้าให้ส่วนผสมเข้ากัน เสริปใส่จานพร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำซุปหน่อไม้

  • หน่อไม้ สำหรับเหมาะทำซุปหน่อไม้ คือ หน่อไม้จากไผ่ตง เป็นหน่อไม้อ่อน ให้ต้มไปให้สุก ให้หน่อไม้อ่อนและกินง่าย
  • สามารถใช้หน่อไม้ดองได้ แต่หน่อไม้ดองจะมีความเปรี้ยวมาก ให้ต้มและบีบคั้นน้ำที่มีรสเปรี้ยวในหน่อไม้ออก ทำหลายๆรอบ จนได้หน่อไม้ที่นุ่มและไม่มีรสเปรี้ยว
  • ปลาร้า ที่ใช้ในการทำซุปหน่อไม้ต้องเป็นที่ปรุงรส ต้มให้สุกก่อน
  • พริกป่น ต้องเป็นพริกป่นที่คั่วป่นใหม่แบบสดๆ จะได้สีสันและความเผ็ดที่อร่อย
  • ข้าวคั่ว ต้องใช้ข้าวเหนียวคั่วแบบสดๆ เทคนิคการทำข้าวคั่วให้ใส่ ข่า และ ตะไคร้ ลงไปคั่วกับข้าวเหนียว จะได้ข้าวคั่วที่หอมกลิ่นตะไคร้ และ ข่า ข้าวคั่วที่คั่วแบบสดๆ จะมีความหอมและอร่อยกว่าข้าวคั่วที่ค้างคืน
  • น้ำตาล ให้เลือกใช้น้ำตาลปี๊บ ความหวานของน้ำตาลปี๊บจะให้ความกลมกล่อมของซุปหน่อไม้แบบพิเศษ
  • ในบางสูตรใส่กะทิลงไปด้วย กะทิ เมื่อต้มผสมกับปลาร้า จะให้ความมันอร่อยไปอีกแบบ
  • ต้นหอม บางครั้งมีกลิ่นเหม็นเขียว ไม่น่ารับประทาน ให้เปลี่ยนเป็นผักชีฝรั่งแทน ความหอมของผักชีฝรั่งทำให้อาหารมีความอร่อย มากขึ้น
  • สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นแรงๆ ของหอมแดง ให้นำหอมแดงไปลวกน้ำร้อนก่อน จะทำให้กลิ่นของหอมแดงหายไป
ตับหวาน ลาบหมูตับ

สูตรตับหวาน ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูลาบ

ส่วนผสมสำหรับทำตับหวาน

  • ตับหมู หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ 1 จาน ประมาณ 15 – 20 ชิ้น
  • ข้าวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ
  • พริกแห้งป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • ต้นหอม ซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีฝรั่งซอย 1 ช้อนโต้ะ
  • ใบสาระแหน่  4-5 ใบ
  • หอมแดงซอย 1 หัว

วิธีทำตับหวาน

  • เริ่มทำตับหวาน จากการเตรียมตับก่อน ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดนำ ตับหมู ลงไปลวก ลวกให้สุก แต่อย่าลวกให้สุกเกินไป เพราะตับหมูจะแข็งกระด้างไม่อร่อย
  • นำตับหมูลวกใส่ชามสำหรับยำ ปรุงรสด้วย น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว ข้าวคั่ว ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่งซอย และ หอมแดงซอย คลุกเคล้าให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน
  • เสริฟลาบตับหมู โรยหน้าด้วยใบโหระพาทานคู่กับผักสดๆ เช่น แตงกวา มะเขือเปาะ และ ผักกะหล่ำปลี ทานกับ ข้าวเหนียวนุ่มๆ ส้มตำ ไก่ย่าง และ แกงแบบอีสานสักจาน

เคล็ดลับการทำตับหวาน

  • สำหรับตับหมู ต้องเลือกตับหมูที่สดๆ โดยการสังเกตุตับหมูสด คือ ตับต้องเนื้อแน่น เด้งตึง ไม่สีแดงเกินไป ไม่มีเลือดซึมออกมา
  • การลวกตับ เป็นเทคนิคสำคัญ คือ ตับหมูหากสุกเกินไปเนื้อตับจะแข็งกระด้างไม่น่ารับประทาน หากลวกไม่สุก ตับก้จะเละเกินไป
  • ข้าวคั่ว เป็นสูตรเด็ด ที่สร้างความแตกต่างของลาบ ต้องคั่วข้าวเหนียวแบบสดๆ วันต่อวัน จะได้ข้าวคั่วที่หอม เทคนิคการคั่วข้าวคั่ว โดย เอาข้าวหนียวและ ตะไคร้ซอยลงไปคั่วให้สุก และนำไปโขรกให้ละเอียด จะได้ข้าวคั่วที่หอมข้าวและตะไคร้ เป็น สูตรพิเศษ ที่ไม่เคยบอกใคร
  • การปรุงน้ำยำของลาบ นั้น ไม่มีอะไรที่ต่างจากที่อื่น คือ ใส่ น้ำปลา น้ำมะนาว และ พริกป่น ใส่น้ำตาลนิดหน่อยไม่ต้องให้รสหวานนำ ต้องมีเค็มเปรี้ยวและเผ็ด
  • สำหรับคนที่ไม่ชอบกลิ่นของต้นหอมซอย ไม่ต้องใส่ต้นหอมซอยก็ได้
  • ตับหวาน ต้องกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ นุ่มๆ จึงจะอร่อย หากทานคู่กับ อาหารอีสาน อย่าง ส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ก็ยิ่งเพิ่มความอร่อย

ไก่ย่าง

อาหารพื้นบ้าน ยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ไก่ย่าง การหมักไก่ สำหรัยย่าง อาหารไทย ที่ได้รับความนิยมในการรับประทานในประเทศไทยมาก ข้าวเหนียว ไก่ ย่าง ส้มตำ

การทำให้ย่างไก่ อร่อย นั้น ต้องเริ่มตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การเตรียมอาหาร การหมักไก่ และสุดท้ายการย่างไก่ ย่างให้ไก่สุก เนื้อชุ่มเครื่องหมัก หนังไก่สุก กรอบ ต้องทำให้ได้อย่างนั้น ถึงได้ย่างไก่ที่อร่อย ทำมาหากินเป็นอาชีพ ทำเงินหลักแสน สูตรไก่ย่าง  พร้อมวิธีหมัก อาหาร เมนูไก่ อาหารพื้นบ้าน

ส่วนผสมสำหรับทำหมักไก่ย่าง

  • ไก่ 1 ตัว เลือกไก่สาว ขนาด 700 กรัม
  • เกลือ 2 ช้อนชา
  • น้ำตาล 3 ช้อนโต้ะ
  • กระเทียมบด 2 ช้อนโต้ะ
  • ขิงบด 2 ช้อนโต้ะ
  • ตะไคร้บด 2 ช้อนโต้ะ
  • รากผักชีบด 2 ช้อนโต้ะ
  • พริกไทยบด 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต้ะ
  • นมสด 1 ถ้วย
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนโต้ะ

วิธีทำไก่ย่าง

  1. เริ่มจากการหมักไก่ โดยนำเนื้อไก่ไปหมักกับ เกลือ น้ำตาล กระเทียม ขิง ตะไคร้ รากผักชี พริกไทย ซอสปรุงรส และ นมสด หมักทิ้งไว้ประมาณ  3 ชั่วโมง
  2. นำ ไก่ พร้อมเครื่องที่หมัก ไปอบ จนไก่สุกสีออกแดงเหลือง
  3. เสริฟใส่จานพร้อม ข้าวเหนียว กับข้าวง่ายๆ เมนูย่าง อาหารอีสาน

เคล็ดลับการทำไก่ย่าง

  1. เนื้อไก่ เลือกใช้เนื้อไก่ที่สดใหม่ และเนื้อไก่ขนาด 7 ขีด เป็นเนื้อไก่ขนาดที่พอเหมาะสำหรับทำไก่ย่าง คือ เนื้อไม่มากเกินไป และเนื้อไม่แก่เกินไป ไก่แก่ เนื้อจะเหนียว และเนื้อมาก การปรุงเครื่องหมัก จะไม่เข้าเนื้อมากพอ
  2. นมสดช่วยให้เนื้อไก่นุ่มและชุ่มชื่นมากขึ้น
  3. การย่างไก่ ให้ทา หัวกะทิที่ผิวไก่ จะทำให้หนังไก่ไม่ไหม้ ดำ หากไก่ไหม้ดำ จะทำให้ไก่ไม่น่ากิน
  4. ไฟที่ใช่ในการย่างไก่ ให้ใช้ไฟอ่อน และเป็นเตาปิด เพื่อให้ความร้อนของเตาทั่วตัวไก่ ทั้งด้านบนและด้านล่าง
  5. เพื่อให้หนังไก่กรอบ สามารถใช้น้ำมันพืชทาที่หนังไก่ ในช่วงสุดท้าย จะช่วยให้ไก่สุก สีสวย และ หนังกรอบ

วิธีทำไก่ย่าง วิธีหมักไก่ ไก่ย่างทำอย่างไร อาหารง่ายๆ Grilled Chicken การหมักไก่ทำอย่างไร ไก่ทำอะไรกินดี ไก่ทำอะไรกินได้บ้าง อาหารเมนูไก่ กับข้าว การหมักไก่ให้อร่อย

แกงหน่อไม้ใบย่านาง

สูตรอาหาร แนะนำ สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารอีสานยอดนิยม แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง อาหารอร่อยๆ กินกับข้าวเหนียวร้อนๆ หอมปลาร้า เนื้อหน่อไม้นุ่มๆ เป็น อาหารพื้นบ้าน สำหรับคนคิดถึงบ้าน

แกงหน่อไม้ใบย่านาง อาหารยอดนิยม ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร

ส่วนผสมสำหรับทำแกงหน่อไม้ใบย่านาง

  • หน่อไม้ สดหั่นบางๆ 1 ถ้วย
  • เนื้อปลาดุกย่าง 1 ถ้วย
  • ยอดชะอม 1 ถ้วย
  • ใบแมงลัก 1/2 ถ้วย
  • ใบย่านาง 1/2 ถ้วย
  • น้ำปลาร้า 4 ช้อนโต้ะ
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต้ะ
  • ฟักทอง หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1/2 ถ้วย
  • เห็ดฟาง 1 ถ้วย
  • บวบ หั่นเป็นชิ้นพอคำ 1/2 ถ้วย
  • พริกสด 4 ช้อนโต้ะ
  • หอมแดง 3 หัว
  • ตะไคร้ 1 ต้น
  • ข้าวเหนียวแช่น้ำ 1 คืน 1 ช้อนโต้ะ
  • กะปิ 1 ช้อนโต้ะ
  • เกลือ 1 ช้อนโต้ะ

วิธีทำแกงหน่อไม้ใบย่านาง

  1. โขรก พริกสด หอมแดง ตะไคร้ ข้าวเหนียว กะปิ และ เกลือ ให้ละเอียดเข้ากัน เป็น เครื่องพริกแกง
  2. ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นใส่เครื่องแกงลงไปต้ม ตามด้วย เห็ด ฟักทอง หน่อไม้ และ บวบ
  3. ใส่ ปลาร้า และ น้ำปลา ปรุงรสตามใจชอบ
  4. ใส่ ยอดชะอม ใบแมงลัก เนื้อปลาดุก และ ใบย่านาง ขั้นตอนสุดท้าย กับข้าวง่ายๆ เมนูอาหาร อีสานพร้อมวิธีทำ แกงหน่อไม้ใส่ใบย่านาง

เคล็ดลับการทำแกงหน่อไม้ใบย่านาง

  • หน่อไม้ ให้เลือกใช้ หน่อไม้อ่อนๆ เนื่องจากหน่อไม้อ่อน เนื้อจะนุ่ม ไม่เหนียว ให้รสชาติอร่อย เหมาะสำหรับนำมาทำอาหารรับประทาน
  • เนื้อปลาดุก ให้นำไปย่างก่อน การย่างปลาดุก เพื่อเทคนิคการทำอาหารอย่างหนึ่ง เนื่องจากปลาดุก มีก้างเยอะ การนำไปย่างก่อน เพื่อที่จะทำให้ เนื้อปลาเวลาสุกไม่เละ และ การแกะเนื้อง่าย เอาก้างออกง่าย
  • บวบ เป็น วัตถุดิบที่สุกยาก ดังนั้น การแกงหน่อไม้ ให้ใส่บวบในขั้นตอนแรก เวลาสุก จุได้บวบที่สุกพอดี บวบจะไม่เละ
  • ฟักทอง เป็น วัตถุบอที่สุกยาก ให้ใส่ฟักทองไปต้มในน้ำแกง พร้อมกับบวบ จะไดสุกพอดี
  • ยอดชะอม และ ใบแมงลัก สุกง่าย ให้ ใส่ขั้นตอนสุดท้าย จะได้ ผักที่ยังหอมอยู่
  • สำหรับ เมนูแกงหน่อไม้ นั้น ไม้ต้องใส่ ปลาดุก ก็ได้ โดย หลายสูตร ใส่ หมูสามชั้น ตีนไก่ หรือ ไม่ใส่เนื้อสัตว์เลย อยู่ที่ความพอใจของคนทำ
Facebook Comments

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *